แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงแผนเสริมสร้างสันติสุข 2563 ‘ควบคุมพื้นที่ปลอดภัย-เปลี่ยนกลยุทธ์จากการปฏิบัติเชิงรับเป็นเชิงรุก’

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2562 ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งข่าวว่าที่สโมสรนายทหารสัญญาบัตร พล.ร. 15 อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานตามนโยบายและสั่งการของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ประจำปี 2562 พร้อมแถลงแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำปี 2563 และมอบของที่ระลึกให้กับกำลังพลที่เกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 2562 และมอบรางวัลหน่วยฝึกทบทวน กำลังประจำถิ่น และกำลังประชาชนดีเด่น

พลโท พรศักดิ์  พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่าแผนการทำงานเสริมสร้างสันติสุข ปี 2563 ต่อยอดความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของแผนเสริมสร้างสันติสุขปี 2562 มาเป็นแนวในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นสู้ด้วยความจริง ไม่บิดเบือน ผิดเป็นผิด ถูกก็คือถูก ยึดเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา โดยยังคงงานเร่งด่วน 5 งาน คือ งานควบคุมพื้นที่ปลอดภัย  ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการปฏิบัติเชิงรับเป็นเชิงรุก ลาดตระเวณพิสูจน์ทราบ แหล่งหลบซ่อนพักพิงผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่หมู่บ้านสันติสุข 118 หมู่บ้านและ ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน ตำบลเร่งจัดตั้งจุดตรวจประจำหมู่บ้านให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน เน้นปฎิบัติการเชิงรุกบูรณาการกับทุกภาคส่วน ทั้งกำลังประจำถิ่นและกำลังภาคประชาชน, อส.และตำรวจ ร่วมปฏิบัติจรยุทธ์ ปฏิบัติของจรยุทธ์ต่อจากนี้จะต้องบูรณาการร่วมกันทั้ง ตำรวจ และทหาร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านต้องทำหน้าที่ดูแลพื้นที่ให้ปลอดเหตุ การดูแลแนวชายแดน จะควบคุมเข้มตรวจตราไม่ให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้ามามาก่อเหตุได้ โดยเฉพาะท่าข้ามผิดกฎหมายต้องกวดขันดูแลเป็นพิเศษ มีการปรับแผนทุกเส้นทางโดยเฉพาะรอยต่อทั้ง 4 อำเภอ ของสงขลา บูรณาการทุกอำเภอตั้งด่านตรวจ จุดสกัด เพิ่มความเข้มงวดตามแนวชายแดน เพื่อสกัดเสรีในการลักลอบนำเข้าสิ่งของผิดกฏหมายและเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกำลังประชาชนให้สามารถปฏิบัติงานในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่แทนกำลังหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านงานแก้ไขปัญหายาเสพติด จะยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ ศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำเภอ และใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อนำผู้เสพเข้ารายงานตัวเข้ากระบวนการคัดกรองบำบัดรักษาสร้างงานสร้างอาชีพให้คุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งในปีหน้าจะมีการเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแคมป์ 35 ในการบำบัดรักษา พร้อมกับการปราบปรามผู้ค้ารายย่อย ดำเนินการตรวจค้นพ่อค้ารายใหญ่และรายย่อย โดยจะใช้รูปแบบการศึกษาทางเส้นทางการเงินหรือหลักฐานอื่นๆ เป็นสำคัญ  งานส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เน้นขับเคลื่อนชุมชน 2 วิถีให้ได้เรียนรู้ยอมรับการอยู่ร่วมกัน ตลอดจนสานสัมพันธ์ระหว่าง 2 ศาสนา ด้านงานส่งเสริมการพัฒนาเพื่อความมั่นคง ซึ่งมี ศอ บต.ดำเนินการอยู่ จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการเพิ่มศักยภาพ และพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” และสุดท้ายงานเสริมสร้างความเข้าใจ ให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ร่วม โดยให้ประชาชนและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ โดยใช้ ชป.กร. ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติด, งานสลายโครงสร้างหมู่บ้านอาเยาะห์, ขับเคลื่อนโครงการประชารัฐ และการช่วยเหลือประชาชนเสริมสร้างความเข้าใจ

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้เน้นย้ำกำลังพลที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ให้ยึดหลักระเบียบ วินัย หลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไข โดยในปี 2563 จะใช้มาตรการรุก ทั้งการทหารและการเมือง เน้นความจริง จะต่อสู้ความด้วยจริง ทุกเหตุทุกเรื่องที่เกิดขึ้นจะใช้ความจริงเข้าแก้ปัญหา และใช้ ยุทธศาสตร์คนดี ให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่รักของสังคม เคารพกฎหมาย กฎกติกา และปฏิบัติตามข้อบังคับให้เหมือนประชาชนทั่วไปอย่าทำตัวเหนือกฎหมาย เพื่อสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

cr.ประชาไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *