กระบวนการพูดคุยสันติสุข มีผล อย่างไรต่อคนในพื้นที่ จชต.

ภายหลังจากการพบปะพูดคุยระหว่างผู้แทนคณะพูดคุยสันติสุขของรัฐบาลไทย และผู้แทนจาก BRN เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา โดยมีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก เป็นการพบกันครั้งแรกของผู้แทนคณะพูดคุยทั้งสองฝ่าย เพื่อแนะนำตัวให้อีกฝ่ายได้ทำความรู้จัก และเป็นการสร้างบรรญากาศที่ดีในวงโต๊ะเจรจา ซึ่งการพูดคุยครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการพุดคุย ยังไม่มีการยกประเด็นต่างๆ มาเป็นข้อต่อรองในการเจรจาหาทางออกร่วมกัน ในการสร้างสันติภาพในพื้นที่ จชต.

เมื่อพูดถึงประโยชน์ของกระบวนการพุดคุยสันติสุข ที่ประชาชนในพื้นที่จะได้รับนั้น ยังคงเป็นเรื่องของอุดมคติ แต่หวังว่าท้งสองฝ่ายรวมถึงผู้อำนวยความสะดวกจะดำเนินการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขให้อยู่บนพื้นฐานประชาชนต้องได้รับผลประโยชน์สูงสุด และฟังเสียงจากประชาชนในพื้นที่ เพราะประชาชนคือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

สื่งที่ประชาชนในพื้นที่ต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หยุดใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน และพื้นที่สอนศาสนา อีกทั้งประชาชนยังต้องการที่จะสามารถประกอบอาชีพได้อย่างอิสระภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ยกเลิกการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธฺิมนุษยชน รวมทั้งสามารถประกอบศาสนกิจตามศาสนสถานได้อย่างปลอดภัย คนในพื้นที่บางส่วนจึงฝากความหวังเหล่านี้ไว้กับกระบวนการพูดคุยสันติสุข แต่คนบางส่วนไม่เห็นด้วยกับกระบวนการพูดคุยเพราะไม่เชื่อว่า หากเจรจาจนสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ทั้ง 2 ฝ่าย สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ก็อาจจะยังดำเนินต่อไป เพียงแต่ความรุนแรงของเหตุการณ์อาจจะลดลง และมีความถี่น้อยลง เพราะชาวบ้านบางคนเชื่อว่าปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นฝีมือของกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน หากแต่เป็นการกระทำของ จนท.ฝ่ายความมั่นคง เพื่อต้องการต่ออายุในการกอบโกยผลประโยชน์จากสถานการณ์ความรุนแรง จึงส่งผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการพูดคุยสันติสุข และอาจเป็นปัญหาบานปลายหากประชาชนไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

Author: Amree
From: Bebas Patani

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *