ข่าวในประเทศ

NGOs 14 องค์กร ร้องต่อรัฐสภา ให้ช่วยอุยกูร์ 50 กว่าราย

เมื่อ 15 มิ.ย.65 สื่อ benarnews.org รายงานว่า กลุ่มองค์กรเอ็นจีโอไทย 14 องค์กร ได้ยื่นหนังสือผ่านกรรมาธิการการต่างประเทศของรัฐสภา เพื่อเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้พิจารณาปล่อยตัวชาวอุยกูร์ที่ถูกกักกันตัวมาเป็นเวลาเกือบสิบปี โดยให้ออกมาพักพิงอยู่ตามโรงเรียนปอเนาะ แทนการกักขังในศูนย์กักกันตัวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และจะต้องไม่ส่งตัวพวกเขาไปให้ทางการจีน

NGOs 14 องค์กรนำโดยผู้อำนวยการมูลนิธิศักยภาพชุมชน และเอ็นจีโออื่น ๆ ได้นำหนังสือไปยื่นให้กับนายรังสิมันต์ โรม ส.ส. พรรคก้าวไกล และกรรมาธิการการต่างประเทศ รัฐสภา เพื่อขอให้รัฐบาลแสดงนโยบายที่ชัดเจนมากขึ้นว่าจะทำอย่างไรกับชาวอุยกูร์เหล่านี้ ซึ่งนายรังสิมันต์ กล่าวรับปากว่าจะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมาธิการฯ เพื่อดำเนินการผ่านกระบวนการรัฐสภา และนำเสนอให้รัฐบาลรับทราบ

หนังสือร้องเรียน ระบุข้อเรียกร้องสำคัญสองประการ คือ หนึ่ง “ขอให้รัฐบาลไทยดูแลให้ความเป็นธรรม ความปลอดภัย และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของชาวอุยกูร์ ไม่ส่งกลับไปประเทศจีน” และสอง “หากเป็นไปได้ขอให้มีการสร้างโรงเรียนปอเนาะ เพื่อเป็นที่ควบคุมตัวชาวอุยกูร์ทั้งหมด โดยให้สำนักจุฬาราชมนตรี, สำนักตรวจคนเข้าเมือง, มหาดไทย และ สำนักงานตำรวจเป็นเจ้าพนักงานดูแล”

“ทั้งหมดนี้ถูกควบคุมตัวใน ตม. มานานเกือบสิบปีแล้ว เพราะฉะนั้น อยากให้รัฐบาลพิจารณาว่าให้ปล่อยตัวเขาจาก ตม. หาที่อยู่ที่เหมาะสมให้กับเขาในประเทศไทย… ต้องไม่ส่งตัวพี่น้องอุยกูร์ที่อยู่ในประเทศไทยไปประเทศจีนอย่างเด็ดขาด เพราะมันคือการส่งกลับไปตาย” นางชลิดา ทาเจริญศักดิ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศักยภาพชุมชน กล่าวในระหว่างการยื่นหนังสือ

“หรือถ้ารัฐบาลไทยจะอนุญาตให้เขาไปตั้งรกรากในประเทศที่สามได้ ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก ซึ่งหลายประเทศยินดีที่จะรับตัวพี่น้องอุยกูร์ไป ตอนนี้ มันติดอยู่ที่รัฐบาลไทยไม่อนุญาต เนื่องจากการกดดันของรัฐบาลจีน” นางชลิดา กล่าวเพิ่มเติม

นางชลิดา กล่าวว่า มีชาวอุยกูร์ถูกกักตัวอยู่ระหว่าง 52 ถึง 56 คน ในศูนย์กักตัวสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ในขณะนี้

ในวันดียวกันนี้ นายพอลัต ซายิม ชาวอุยกูร์ในออสเตรเลียที่ได้เดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อติดตามการช่วยเหลือชาวอุยกูร์ กล่าวว่า ทางการไทยควรทำอะไรสักอย่างเพื่อเห็นแก่มนุษยธรรม

“พวกเขาถูกกักตัวในศูนย์ ตม. มานานเกือบ 10 ปีแล้ว ในสภาพที่เลวร้าย ไม่มีอาหารฮาลาล รัฐบาลไทยจึงควรที่จะเปิดประตูให้เขาออกไป เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ หลังจากถูกจับกุมก็ได้ถูกลงโทษจองจำแล้ว เขาควรจะได้รับอิสรภาพได้แล้ว และให้ไปประเทศที่สาม ประเทศที่ปลอดภัย” นายพอลัต กล่าว

ชาวอุยกูร์ เป็นชนกลุ่มน้อยที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามอยู่ในแคว้นซินเจียง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศจีน ซึ่งถูกกล่าวหาว่า “มีความเชื่อทางศาสนาที่เข้มข้น” และมีความคิด “ที่ไม่ถูกต้องในแง่การเมือง” ทางการจีนจึงควบคุมชาวอุยกูร์ รวมทั้งชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอิสลามกลุ่มอื่น ๆ อีก ถึง 1.5 ล้านคน ไว้ในค่ายกักกันตั้งแต่ปี 2560 รวมทั้งได้บังคับให้แต่งงานกับชาวฮั่น เพื่อกลืนชาติพันธุ์

อ้างอิง https://www.benarnews.org/thai/news/th-uyghur-ngo-petition-06152022150459.html